ให้เราชี้นำคุณสู่ความสำเร็จระดับสากล 099-815-8105, 081-898-3978

พัฒนาภาษาอังกฤษของบุคลากรอย่างไรให้ได้ผล?

หลายบริษัทมีโยบายในการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ การจัดมีหลายรูปแบบมีทั้งเชิญอาจารย์มาสอนในบริษัทหลังเลิกงาน การรวมกลุ่มกันไปเรียนข้างนอก หรือในระดับผู้บริหารก็มีการเรียนแบบตัวต่อตัว ปัจจุบันนี้หลายบริษัทก้าวหน้าไปกว่านั้นคือ มีซอฟแวร์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self Learning) ได้ผลบ้าง (บางคน) ไม่ได้ผลบ้าง (คนส่วนใหญ่)

ผู้บริหารหลายๆคนก็เริ่มสนใจประเด็นการเรียนภาษาขึ้นมาเพราะมีความรู้สึกว่าบริษัทได้จ่ายเงินในเรื่องนี้ปีหนึ่งๆก็ไม่น้อย แต่ปัญหาด้านภาษาของบุคลากรก็ยังไม่หมดไป เพราะอะไร พอเจาะลึกลงไป หลายองค์กรจะพบปัญหาที่ไม่แตกต่างกันคือ คนเรียนกลุ่มเดิม ห้าปีที่แล้วกับปัจจุบันก็คนเรียนกลุ่มเดิม ในแต่ละปีก็จะเปลี่ยนแค่เพียงสถาบันสอนภาษา เปลี่ยนตัวอาจารย์ และเปลี่ยนตำราเรียน พอลงไปดูถึงเนื้อหา ก็ไม่แตกต่างกัน มักจะสอนกันตามหนังสือ จนผู้เรียนท่องจำได้แล้วว่าถ้าไปช๊อบปิ้งจะพูดว่าอะไรบ้าง ถ้าไปไปรษณีย์จะพูดว่าอะไรบ้าง รับโทรศัพท์จะพูดอะไรบ้าง แต่พอไปเจอสถานการณ์จริงในการทำงานไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับชาวต่างชาติ การรับแขกเยี่ยมชมกิจการที่เป็นต่างชาติ โทรศัพท์ต่างประเทศที่โอเปอเรเตอร์โอนเข้ามากะทันหัน ภาษาที่เรียนมาหลายๆปีก็ยังใช้งานไม่ได้เสียที
ปัญหาด้านภาษาเป็นปัญหาประจำตำแหน่งของลูกจ้างคนไทยที่จบการศึกษาจากนอก (เมือง) หรือจบการศึกษาจาก(บ้าน)นอก หลายองค์กรก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะเข็นให้บุคลากรที่มีคุณภาพมีฝีมือในการทำงานได้พัฒนาทักษะด้านภาษา แต่จนแล้วจนอีก(เพราะจ่ายเงินค่าเรียนภาษาไปเยอะ) ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที จนทำให้บางบริษัทโดยเฉพาะบริษัทใหม่ๆ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติ (ไม่ใช่ชาตินี้ไปชาติหน้านะครับ) ต้องตัดปัญหาเสียตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน ใครภาษาไม่ดี….ไม่รับ ก็คงพอทำได้กับบางบริษัทที่สามารถจ่ายค่าตัวแพงๆได้เท่านั้นนะครับ
และปัญหาหนึ่งที่อาจจะเกิดตามมาคือได้แต่คนที่ภาษาดี….แต่ทำงานไม่ได้(เรื่อง) เพราะคนเก่งๆหลายคนจะถูดคัดออกไปตั้งแต่เรื่องภาษาแล้ว เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่เหลืออยู่ก็จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคมหรือวิชาชีพนั้นๆ คนที่เก่งภาษาและจบการศึกษาจากเมืองนอกจริงๆมาก็เหลือน้อยเพราะส่วนใหญ่เป็นลูกคนรวย ทำงานสักปีสองปีพอมีประสบการณ์ที่บ้านก็เรียกกลับไปช่วยดูแลกิจการ ดังนั้น ถึงแม้การศึกษาจะเจริญก้าวหน้าเพียงใด ปัญหานี้ก็คงจะอยู่กับองค์กรในบ้านเราไปอีกนาน
ในเมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการพัฒนาภาษาให้กับบุคลากรในองค์กรได้ และวิธีการเดิมๆที่ใช้กันมานับสิบปีนั้น ได้ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทางสถาบันเข็มทิศติวเตอร์จึงขอเสนอหลักสูตรการอบรมพื้อนฐานภาษอังกฤษแก่บุคลากรในองค์กร เพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

หลักการและเหตุผล:

ปัจจุบันการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม     มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด ทำให้การพัฒนาบุคคลกรภายในองค์กรเป็นอีกวัตถุประสงค์ที่หลายๆ หน่วยงานกำลังให้ความสนใจ ทั้งนี้ด้วยระยะทางและเวลาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาศึกษายังสถานศึกษา จึงทำให้มีการจัดการฝึกอบรมภายในองค์กร (In-house Training)

  ทั้งนี้ทางคณะผู้จัดทำโครงการจึงมีวัตถุประสงค์ ที่จะเป็นตัวกลางในการจัดทำหลักสูตร เพื่ออบรมและพัฒนาบุคคลกรภายในองค์กรขึ้นตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน, องค์กร หรือ ผู้ว่าจ้าง  เช่น เพื่อวัดระดับความสามารถการ ใช้ภาษาของพนักงาน บางแห่งใช้ในการพิจารณา เลื่อนขั้น – ขึ้นเงินเดือน เป็นต้น ซึ่งขอบเขตทั้งหมดทั้งมวลจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานและคุณภาพระดับสากล เสมือนพนักงานของท่านได้เข้ามาศึกษาจริงกับทางสถาบันฯ

 

ผลต่อผู้อบรม

1.      ผู้เรียนจะต้องผ่านการรับองค์ความรู้ได้อย่างครบทวนตามมาตรฐานสากล ภายใต้นิยาม

 “KUAS” – K หมายถึง Knowledge, U หมายถึง Understanding, A หมายถึง Attitude, S หมายถึง Skill

2.      ผู้เรียนจะต้องได้รับกระบวนการ การพัฒนาระบบการประมวลความคิด ตลอดจนเทคนิคจากอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการสอนภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก

 3.      ผู้เรียนจะทราบพัฒนาการด้านการฝึกภาษาของตนเอง  จากการประเมินของผู้สอนและกลุ่มที่ปรึกษาผู้ประสานงานซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จะต้องเกี่ยวข้องและใช้ภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำ

4.      ผู้เรียนจะสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรวมทั้งสามารถเป็นสื่อกลางในการสอนเทคนิคต่างๆไปยังเพื่อนร่วมงานได้

 

 ประโยชน์ที่หน่วยงานจะได้รับ: 

1.    บุคลากรผู้เข้าทดสอบกับทางสถาบันฯ จะรับทราบระดับคะแนนพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร

2. บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ จะได้รับองค์กระบวนความรู้เพื่อไปใช้ในการทดสอบ ความรู้ด้านภาษาภายใต้มาตรฐานและคุณภาพระดับสากล

3.    บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ จะได้รับความสะดวกสบายในรูปแบบ In-house Training และราคาถูกกว่าการไปเรียนนอกสถานที่

4.    บริษัทที่มีนโยบายในการสนับสนุนงานในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรดังกล่าวสามารถ รับทราบรูปแบบและการพัฒนาของบุคลากรผู้เข้าเรียนได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่า การฝึกอบรมจะไม่มีผลกระทบกับเวลางานของ บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ

นอกจากนี้สามารถเริ่มกิจกรรมง่ายภายในองค์กรของท่าน เช่น

• เรียนในเรื่องที่ใกล้ตัว อย่าเรียนมาก อย่าเรียนกว้าง
ถ้าจะให้เรียนให้ได้ผลต้องเรียนภาษาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่สนใจ จะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ แต่ถ้าผมชอบดูฟุตบอล แต่พอเข้าห้องเรียนภาษาอังกฤษอาจารย์ให้พูดแต่เรื่องรับโทรศัพท์ การท่องเที่ยว ผมก็จะเบื่อ การเรียนเรื่องใกลตัวนอกจากจะทำให้ผู้เรียนเบื่อแล้ว แถมยังไม่มีโอกาสนำไปใช้งานอีก อย่างนี้ก็เปล่าประโยชน์
• เลือกวิธีการเรียนที่เหมาะสม
สมัยนี้มีรูปแบบการเรียนภาษาให้เลือกมากมาย เช่น การเรียนตัวต่อตัวคุณจะเลือกเรียนที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ อาจารย์แบบนี้ก็มีเยอะ การเรียนทางอีเมล ทุกครั้งที่ส่งอีเมลที่ไม่ใช่ความลับ ก็สามารถส่งไปให้อาจารย์ช่วยดูให้ได้ว่าเขียนถูกต้องหรือไม่ แล้วอาจารย์ก็จะส่งกลับมาให้ เดี๋ยวนี้ใครไม่มีเวลาเพราะมัวแต่ติดอยู่ในรถที่ติดอยู่บนถนนอีกทีหนึ่งก็สามารถเรียนทางโทรศัพท์ได้ และเรียนได้ทุกวันทุกที่ เราจะโทรเข้าไปตอนไหนก็ได้มีอาจารย์คอยแนะนำเราอยู่ตลอดเวลา นึกศัพท์อะไรไม่ได้ เช่น กำลังรอแขกอยู่ที่ดอนเมือง ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็โทรเข้าไปหาอาจารย์ได้ เห็นมั้ยครับว่าสมัยนี้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเขาพัฒนาไปมากแล้วเหมือนกัน ทำไมเราต้องมียึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกต่อไปละครับ
• ฝึกบ่อยๆ
การเรียนภาษาคงไม่แตกต่างอะไรไปจากการเรียนขับจักรยาน ไวยากรณ์ ศัพท์ สำนวน ท่องจำได้เพียงไม่กี่นาที แต่จะเอาไปใช้อย่างไรนี่ซิเรื่องใหญ่ เหมือนกับเรารู้ว่าจักรยานเขาขับกันอย่างไร แต่เวลาขึ้นไปนั่งจริงๆ แล้ว มันจะไปอย่างไร นั่นคือเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเราขับเป็นแล้ว ค่อยมีแก้ไขเพิ่มเติมเทคนิคการขับขี่ก็จะดีกว่า เพราะถ้าเราขับเป็นแล้ว เราอยากจะขับให้เก่งขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันจะยากตรงที่กว่าจะขับเป็นหรือพูดได้นะแหละครับ
• ไม่บังคับให้เรียน แต่ถือเป็นผลงาน
สิ่งที่ผมอยากให้แต่ละองค์กรเปลี่ยนคือ อย่าไปบังคับให้คนเรียน เพราะการบังคับเรียนเราจะได้เฉพาะเวลาเรียนหรือคะแนนสอบ แต่เราไม่ได้ใจผู้เรียน พอกลับถึงบ้านก็โยนหนังสือ จะเก็บมาอีกครั้งก็ตอนเรียน เวลาสอบก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอบผ่าน เพราะบางบริษัทกำหนดไว้ว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะต้องจ่ายเงินเอง ผมอยากให้ประกาศให้ทราบเลยครับว่า ถ้าใครมีระดับภาษาดีขึ้นเท่านั้นเท่านี้จะมีรางวัลให้ เช่น คะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เงินค่าภาษาปีไหนสอบได้ก็ได้ ปีไหนสอบตกก็อด
• ไม่ต้องจัดให้เรียน แต่จัดกิจกรรมให้ฝึก
เรามักจะเน้นการเรียนมากเกินไป แต่ไม่ได้ใช้ เหมือนกับการฝึกอบรมทั่วๆไปในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการจัดให้มีการฝึกอบรม ปีๆหนึ่งฝึกอบรมกันเยอะมาก แต่ไม่มีเวลานำเอาความรู้ไปใช้เลย ภาษาก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องเน้นมากๆคือการฝึก เราอาจจะไม่มีการเรียนการสอน แต่ทุกเดือนจะมีอาจารย์จะเข้ามาประจำเพื่อให้ทุกคนได้ฝึกพูด ฟัง อ่าน เขียน หรือจัดตั้งเป็นชมรมภาษาอังกฤษและจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สมาชิกได้มีโอกาสใช้ภาษากันมากขึ้น จัดให้มีวันฝึกภาษาอังกฤษภายในหน่วยงาน เช่น ทุกวันศุกร์บ่ายเป็นชั่วโมงการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ฯลฯ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: