สัมภาษณ์พี่อุดม ผอ.โรงเรียนมัธยมชื่อดัง จังหวัดสงขลา
หบลังจากเรียนกับสถาบันเข็มทิศติวเตอร์ไปได้ 2 คอร์ส
สัมภาษณ์พี่อุดม ผอ.โรงเรียนมัธยมชื่อดัง จังหวัดสงขลา
หบลังจากเรียนกับสถาบันเข็มทิศติวเตอร์ไปได้ 2 คอร์ส
ทางสถาบันเข็มทิศติวเตอร์ ขอแสดงความยินดี กับน้องมุก และน้องซินค่ะ ที่สอบติด อันดับที่ 4 และ ที่ 17 จากผู้เข้าสอบทั้งหมด กว่า 300 คน ใน คณะศิลปศาสตร์ นานาชาติ หลักสูตรควบสองปริญญา ไทย-จีน ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในรอบรับตรงรอบแรก หลังจากที่ได้เข้ามาเรียนคอร์สตะลุยโจทย์เอ็นท์ตรงและข้อสอบ SAT แบบไพรเวทคอร์ส น้องทั้งสองคนเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียนดีมาก ขอให้เรียนเก่งๆไปเรื่อยๆน่ะค่ะ ทางสถาบันขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

สามารถสำรองที่
โดยemail: thecompasstutor@gmail.com
หรือโดยโทรศัพท์ 081-8983978
หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/Thecompasstutor
หมายเหตุ กรุณานำ เบาะและเชือก ของตนเองมาประกอบการเรียน
กรุณาใส่เสื้อผ้าไม่รัดแน่น และ อาบน้ำทำความสะอาดก่อนเข้าห้องเรียน เพราะ เป็นห้องแอร์ จะได้ไม่รบกวนนักเรียนคนอื่นๆ
โครงการติดตามผลงานนักเรียนหลังเรียนจบคอร์ส ONET GATPAT
ของเข็มทิศติวเตอร์เป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันครับ
ก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นอย่างไร ไปลองฟังดู
คำนิยมจากนักเรียน ONET GATPAT
โครงการติดตามผลงานนักเรียนหลังเรียนจบคอร์ส CU-TEP PSU-GET
ของเข็มทิศติวเตอร์เป็นอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันครับ
ก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นอย่างไร ไปลองฟังดู
คำนิยมจากนักเรียน CU-TEP PSU-GET
พัฒนาภาษาอังกฤษของบุคลากรอย่างไรให้ได้ผล?
หลายบริษัทมีโยบายในการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ การจัดมีหลายรูปแบบมีทั้งเชิญอาจารย์มาสอนในบริษัทหลังเลิกงาน การรวมกลุ่มกันไปเรียนข้างนอก หรือในระดับผู้บริหารก็มีการเรียนแบบตัวต่อตัว ปัจจุบันนี้หลายบริษัทก้าวหน้าไปกว่านั้นคือ มีซอฟแวร์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self Learning) ได้ผลบ้าง (บางคน) ไม่ได้ผลบ้าง (คนส่วนใหญ่)
ผู้บริหารหลายๆคนก็เริ่มสนใจประเด็นการเรียนภาษาขึ้นมาเพราะมีความรู้สึกว่าบริษัทได้จ่ายเงินในเรื่องนี้ปีหนึ่งๆก็ไม่น้อย แต่ปัญหาด้านภาษาของบุคลากรก็ยังไม่หมดไป เพราะอะไร พอเจาะลึกลงไป หลายองค์กรจะพบปัญหาที่ไม่แตกต่างกันคือ คนเรียนกลุ่มเดิม ห้าปีที่แล้วกับปัจจุบันก็คนเรียนกลุ่มเดิม ในแต่ละปีก็จะเปลี่ยนแค่เพียงสถาบันสอนภาษา เปลี่ยนตัวอาจารย์ และเปลี่ยนตำราเรียน พอลงไปดูถึงเนื้อหา ก็ไม่แตกต่างกัน มักจะสอนกันตามหนังสือ จนผู้เรียนท่องจำได้แล้วว่าถ้าไปช๊อบปิ้งจะพูดว่าอะไรบ้าง ถ้าไปไปรษณีย์จะพูดว่าอะไรบ้าง รับโทรศัพท์จะพูดอะไรบ้าง แต่พอไปเจอสถานการณ์จริงในการทำงานไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับชาวต่างชาติ การรับแขกเยี่ยมชมกิจการที่เป็นต่างชาติ โทรศัพท์ต่างประเทศที่โอเปอเรเตอร์โอนเข้ามากะทันหัน ภาษาที่เรียนมาหลายๆปีก็ยังใช้งานไม่ได้เสียที
ปัญหาด้านภาษาเป็นปัญหาประจำตำแหน่งของลูกจ้างคนไทยที่จบการศึกษาจากนอก (เมือง) หรือจบการศึกษาจาก(บ้าน)นอก หลายองค์กรก็พยายามแล้วพยายามอีกที่จะเข็นให้บุคลากรที่มีคุณภาพมีฝีมือในการทำงานได้พัฒนาทักษะด้านภาษา แต่จนแล้วจนอีก(เพราะจ่ายเงินค่าเรียนภาษาไปเยอะ) ก็ยังไม่ดีขึ้นสักที จนทำให้บางบริษัทโดยเฉพาะบริษัทใหม่ๆ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติ (ไม่ใช่ชาตินี้ไปชาติหน้านะครับ) ต้องตัดปัญหาเสียตั้งแต่การคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน ใครภาษาไม่ดี….ไม่รับ ก็คงพอทำได้กับบางบริษัทที่สามารถจ่ายค่าตัวแพงๆได้เท่านั้นนะครับ
และปัญหาหนึ่งที่อาจจะเกิดตามมาคือได้แต่คนที่ภาษาดี….แต่ทำงานไม่ได้(เรื่อง) เพราะคนเก่งๆหลายคนจะถูดคัดออกไปตั้งแต่เรื่องภาษาแล้ว เพราะฉะนั้นกลุ่มคนที่เหลืออยู่ก็จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคมหรือวิชาชีพนั้นๆ คนที่เก่งภาษาและจบการศึกษาจากเมืองนอกจริงๆมาก็เหลือน้อยเพราะส่วนใหญ่เป็นลูกคนรวย ทำงานสักปีสองปีพอมีประสบการณ์ที่บ้านก็เรียกกลับไปช่วยดูแลกิจการ ดังนั้น ถึงแม้การศึกษาจะเจริญก้าวหน้าเพียงใด ปัญหานี้ก็คงจะอยู่กับองค์กรในบ้านเราไปอีกนาน
ในเมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการพัฒนาภาษาให้กับบุคลากรในองค์กรได้ และวิธีการเดิมๆที่ใช้กันมานับสิบปีนั้น ได้ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทางสถาบันเข็มทิศติวเตอร์จึงขอเสนอหลักสูตรการอบรมพื้อนฐานภาษอังกฤษแก่บุคลากรในองค์กร เพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
หลักการและเหตุผล:
ปัจจุบันการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด ทำให้การพัฒนาบุคคลกรภายในองค์กรเป็นอีกวัตถุประสงค์ที่หลายๆ หน่วยงานกำลังให้ความสนใจ ทั้งนี้ด้วยระยะทางและเวลาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาศึกษายังสถานศึกษา จึงทำให้มีการจัดการฝึกอบรมภายในองค์กร (In-house Training)
ทั้งนี้ทางคณะผู้จัดทำโครงการจึงมีวัตถุประสงค์ ที่จะเป็นตัวกลางในการจัดทำหลักสูตร เพื่ออบรมและพัฒนาบุคคลกรภายในองค์กรขึ้นตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน, องค์กร หรือ ผู้ว่าจ้าง เช่น เพื่อวัดระดับความสามารถการ ใช้ภาษาของพนักงาน บางแห่งใช้ในการพิจารณา เลื่อนขั้น – ขึ้นเงินเดือน เป็นต้น ซึ่งขอบเขตทั้งหมดทั้งมวลจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานและคุณภาพระดับสากล เสมือนพนักงานของท่านได้เข้ามาศึกษาจริงกับทางสถาบันฯ
ผลต่อผู้อบรม
1. ผู้เรียนจะต้องผ่านการรับองค์ความรู้ได้อย่างครบทวนตามมาตรฐานสากล ภายใต้นิยาม
“KUAS” – K หมายถึง Knowledge, U หมายถึง Understanding, A หมายถึง Attitude, S หมายถึง Skill
2. ผู้เรียนจะต้องได้รับกระบวนการ การพัฒนาระบบการประมวลความคิด ตลอดจนเทคนิคจากอาจารย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการสอนภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก
3. ผู้เรียนจะทราบพัฒนาการด้านการฝึกภาษาของตนเอง จากการประเมินของผู้สอนและกลุ่มที่ปรึกษาผู้ประสานงานซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จะต้องเกี่ยวข้องและใช้ภาษาอังกฤษอยู่เป็นประจำ
4. ผู้เรียนจะสามารถนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรวมทั้งสามารถเป็นสื่อกลางในการสอนเทคนิคต่างๆไปยังเพื่อนร่วมงานได้
ประโยชน์ที่หน่วยงานจะได้รับ:
1. บุคลากรผู้เข้าทดสอบกับทางสถาบันฯ จะรับทราบระดับคะแนนพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร
2. บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ จะได้รับองค์กระบวนความรู้เพื่อไปใช้ในการทดสอบ ความรู้ด้านภาษาภายใต้มาตรฐานและคุณภาพระดับสากล
3. บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ จะได้รับความสะดวกสบายในรูปแบบ In-house Training และราคาถูกกว่าการไปเรียนนอกสถานที่
4. บริษัทที่มีนโยบายในการสนับสนุนงานในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรดังกล่าวสามารถ รับทราบรูปแบบและการพัฒนาของบุคลากรผู้เข้าเรียนได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่า การฝึกอบรมจะไม่มีผลกระทบกับเวลางานของ บุคลากรที่สมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าวกับทางสถาบันฯ
นอกจากนี้สามารถเริ่มกิจกรรมง่ายภายในองค์กรของท่าน เช่น
• เรียนในเรื่องที่ใกล้ตัว อย่าเรียนมาก อย่าเรียนกว้าง
ถ้าจะให้เรียนให้ได้ผลต้องเรียนภาษาที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่สนใจ จะทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ แต่ถ้าผมชอบดูฟุตบอล แต่พอเข้าห้องเรียนภาษาอังกฤษอาจารย์ให้พูดแต่เรื่องรับโทรศัพท์ การท่องเที่ยว ผมก็จะเบื่อ การเรียนเรื่องใกลตัวนอกจากจะทำให้ผู้เรียนเบื่อแล้ว แถมยังไม่มีโอกาสนำไปใช้งานอีก อย่างนี้ก็เปล่าประโยชน์
• เลือกวิธีการเรียนที่เหมาะสม
สมัยนี้มีรูปแบบการเรียนภาษาให้เลือกมากมาย เช่น การเรียนตัวต่อตัวคุณจะเลือกเรียนที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ อาจารย์แบบนี้ก็มีเยอะ การเรียนทางอีเมล ทุกครั้งที่ส่งอีเมลที่ไม่ใช่ความลับ ก็สามารถส่งไปให้อาจารย์ช่วยดูให้ได้ว่าเขียนถูกต้องหรือไม่ แล้วอาจารย์ก็จะส่งกลับมาให้ เดี๋ยวนี้ใครไม่มีเวลาเพราะมัวแต่ติดอยู่ในรถที่ติดอยู่บนถนนอีกทีหนึ่งก็สามารถเรียนทางโทรศัพท์ได้ และเรียนได้ทุกวันทุกที่ เราจะโทรเข้าไปตอนไหนก็ได้มีอาจารย์คอยแนะนำเราอยู่ตลอดเวลา นึกศัพท์อะไรไม่ได้ เช่น กำลังรอแขกอยู่ที่ดอนเมือง ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็โทรเข้าไปหาอาจารย์ได้ เห็นมั้ยครับว่าสมัยนี้การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเขาพัฒนาไปมากแล้วเหมือนกัน ทำไมเราต้องมียึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่ได้ผลเหมือนเดิมอีกต่อไปละครับ
• ฝึกบ่อยๆ
การเรียนภาษาคงไม่แตกต่างอะไรไปจากการเรียนขับจักรยาน ไวยากรณ์ ศัพท์ สำนวน ท่องจำได้เพียงไม่กี่นาที แต่จะเอาไปใช้อย่างไรนี่ซิเรื่องใหญ่ เหมือนกับเรารู้ว่าจักรยานเขาขับกันอย่างไร แต่เวลาขึ้นไปนั่งจริงๆ แล้ว มันจะไปอย่างไร นั่นคือเรื่องใหญ่ แต่ถ้าเราขับเป็นแล้ว ค่อยมีแก้ไขเพิ่มเติมเทคนิคการขับขี่ก็จะดีกว่า เพราะถ้าเราขับเป็นแล้ว เราอยากจะขับให้เก่งขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันจะยากตรงที่กว่าจะขับเป็นหรือพูดได้นะแหละครับ
• ไม่บังคับให้เรียน แต่ถือเป็นผลงาน
สิ่งที่ผมอยากให้แต่ละองค์กรเปลี่ยนคือ อย่าไปบังคับให้คนเรียน เพราะการบังคับเรียนเราจะได้เฉพาะเวลาเรียนหรือคะแนนสอบ แต่เราไม่ได้ใจผู้เรียน พอกลับถึงบ้านก็โยนหนังสือ จะเก็บมาอีกครั้งก็ตอนเรียน เวลาสอบก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอบผ่าน เพราะบางบริษัทกำหนดไว้ว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะต้องจ่ายเงินเอง ผมอยากให้ประกาศให้ทราบเลยครับว่า ถ้าใครมีระดับภาษาดีขึ้นเท่านั้นเท่านี้จะมีรางวัลให้ เช่น คะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี เงินค่าภาษาปีไหนสอบได้ก็ได้ ปีไหนสอบตกก็อด
• ไม่ต้องจัดให้เรียน แต่จัดกิจกรรมให้ฝึก
เรามักจะเน้นการเรียนมากเกินไป แต่ไม่ได้ใช้ เหมือนกับการฝึกอบรมทั่วๆไปในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการจัดให้มีการฝึกอบรม ปีๆหนึ่งฝึกอบรมกันเยอะมาก แต่ไม่มีเวลานำเอาความรู้ไปใช้เลย ภาษาก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องเน้นมากๆคือการฝึก เราอาจจะไม่มีการเรียนการสอน แต่ทุกเดือนจะมีอาจารย์จะเข้ามาประจำเพื่อให้ทุกคนได้ฝึกพูด ฟัง อ่าน เขียน หรือจัดตั้งเป็นชมรมภาษาอังกฤษและจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สมาชิกได้มีโอกาสใช้ภาษากันมากขึ้น จัดให้มีวันฝึกภาษาอังกฤษภายในหน่วยงาน เช่น ทุกวันศุกร์บ่ายเป็นชั่วโมงการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ ฯลฯ
สรุปเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่นักเรียนบางส่วนของเราสอบติดเอ็นท์ตรงและติดโควต้าไปแล้ว สรุปคือมี นร.ม.6 สอบเอ็นท์ติด 100% ทุกคน ได้แก่น้องบูม ได้ที่ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์, น้องเติร์ก ได้ที่รัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มช., น้องแนน แพทย์แผนไทย มอ., น้องเจ วิศวคอมพิวเตอร์ ภาคพิเศษ มอ. ดังนั้นรวมนักเรียนม.6 ที่เรียนกับเราทั้งหมด 19 คน สอบติดดังใจหวัง ทั้งหมดทุกคนค่ะ…. ขอแสดงความยินดีด้วยน่ะค่ะ….

ทางสถาบันเข็มทิศติวเตอร์จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (ENGLISH ON CAMPUS 3) ซึ่งเป็นการจัดติว(ฟรี)ข้อสอบ ERROR IDENTIFICATION และ READING สำหรับสอบ CU-TEP และ PSU-GET กิจกรรมนี้เปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไป นักเรียน และนักศึกษา ที่ต้องการเตรียมตัวสอบ CU-TEP และ PSU-GET ในวันที่ 20 เมษายน 2555 เวลา 9:00 – 12:00 น. ณ สถาบันเข็มทิศติวเตอร์ หาดใหญ่ กดที่นี่เพื่อดูแผนที่ค่ะ
ผู้สนใจ กรุณา ส่งชื่อ-นามสกุล เบอร์อีเมลล์ และ เบอร์โทรศัพท์ มาที่ thecompasstutor@gmail.com เพื่อสำรองที่นั่ง รับจำนวนจำกัด เพียง 50 ที่นั่ง เท่านั้นค่ะ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thecompasstutor.com หรือ โทรสอบถามที่ 089-8706878
Written
on March 30, 2013